ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ เศรษฐกิจ การลงทุน หุ้น อสังหาริมทรัพย์ ไอที-เทคโนฯ รถยนต์ ท่องเที่ยว ต่างประเทศ รวดเร็วสดใหม่ทุกวัน
การดำเนินโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569

คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบและเห็นชอบตามที่คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม (คณะกรรมการฯ ) กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ ดังนี้
1. รับทราบการดำเนินโครงการฯ ปี 2569 ของคณะกรรมการฯ ตามข้อ 3
2. เห็นชอบการให้ผู้ได้รับสิทธิตามโครงการฯ ปี 2569 ทุกราย เริ่มรับสิทธิพร้อมกันในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 และให้ผู้ได้รับสิทธิตามโครงการฯ ปี 2565 ได้รับสิทธิต่อเนื่องจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 (เดิมวันที่ 31 กรกฎาคม 2569)
สาระสำคัญของเรื่อง
1. ครม. เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2568 และวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ได้มีมติเห็นชอบโครงการฯ ปี 2569 และข้อเสนอเพิ่มเติมโครงการฯ ปี 2569 ซึ่งรวมถึงกลุ่มเป้าหมาย คุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนที่จะได้รับสิทธิ และกรอบระยะเวลาการดำเนินโครงการฯ ปี 2569 ตามที่คณะกรรมการฯ เสนอโดยมีสรุปมติ ครม. ในส่วนที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
1.1 กลุ่มเป้าหมายของโครงการฯ ปี 2569 ประกอบด้วย 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 ผู้มีบัตรฯ รายเดิม กลุ่มที่ 2 ผู้ไม่มีบัตรฯ ที่เป็นกลุ่มชายขอบ/กลุ่มตกหล่น ตามฐานข้อมูลความจำเป็นพื้นฐานของกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย (มท.) และระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ (MSO - LOGBOOK) ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกลุ่มที่ 3 ผู้ไม่มีบัตรฯ ที่เป็นกลุ่มชายขอบ/กลุ่มตกหล่นเพิ่มเติม ที่ มท. ได้มีการสำรวจในช่วงการลงทะเบียน (ระหว่างวันที่ 4 - 21 มิถุนายน 2569)
1.2 คุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนที่จะได้รับสิทธิตามโครงการฯ ปี 2569 อาทิ 1) บุคคลที่ไม่เข้าข่าย ได้แก่ นักเรียน/นักศึกษา หุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญที่ได้จดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด และผู้ถือหุ้นหรือกรรมการในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ผู้มีชื่อในบัญชีฝากหลักทรัพย์ ผู้มีชื่อในบัญชีถือครองตราสารหนี้ เป็นต้น
2) ไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถ เว้นแต่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถเฉพาะประเภทรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดความจุของกระบอกลูกสูบไม่เกิน 300 ซีซี รถยนต์สามล้อ รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้างหรือรถใช้งานเกษตรกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ทั้งนี้ ประเภทละไม่เกิน 1 คัน
3) การกำหนดให้ผู้ผ่านคุณสมบัติโครงการฯ ปี 2569 เริ่มใช้สิทธิ ดังนี้ (1) ผู้มีบัตรฯ รายเดิม เริ่มใช้สิทธิตามโครงการฯ ปี 2569 ได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป (2) ผู้ได้รับบัตรฯ รายใหม่ และผู้ผ่านคุณสมบัติ (รอบทบทวน) เริ่มใช้สิทธิตามโครงการฯ ปี 2569 ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป โดยกำหนดให้ผู้ได้รับสิทธิตามโครงการฯ ปี 2565 จะยังคงได้รับสิทธิต่อเนื่องจนถึงก่อนวันที่เริ่มใช้สิทธิตามในโครงการฯ ปี 2569 (วันที่ 1 สิงหาคม 2569)
2. คณะกรรมการฯ ในการประชุมครั้งที่ 9/2569 เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ได้มีมติในส่วนที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
2.1 เห็นชอบผลการตรวจสอบคุณสมบัติโครงการฯ ปี 2569 โดยมีจำนวนผู้ผ่านคุณสมบัติทั้งสิ้น 9,506,531 ราย และจำนวนผู้ไม่ผ่านคุณสมบัติทั้งสิ้น 9,314,253 ราย ทั้งนี้ มอบหมายสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังจัดส่งข้อมูลผู้ลงทะเบียนตามโครงการฯ ปี 2569 ให้ พม. พิจารณาให้ความช่วยเหลือตามอำนาจหน้าที่และกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป
2.2 เห็นชอบการปรับปรุงระยะเวลาการดำเนินโครงการฯ ปี 2569 โดยสรุปกรอบระยะเวลาได้ ดังนี้
1) กรณีผู้ผ่านคุณสมบัติโครงการฯ ปี 2569 (รอบปกติ)
1.1) ประกาศผลการพิจารณาคุณสมบัติโครงการฯ 2569 ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2569
1.2) เริ่มใช้สิทธิสำหรับกลุ่มมีบัตรฯ เดิม สามารถใช้สิทธิต่อเนื่องได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 และสำหรับกลุ่มผู้มีบัตรฯ ใหม่ สามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569
2) กรณีผู้ไม่ผ่านคุณสมบัติโครงการฯ ปี 2569 ดำเนินการ ดังนี้
2.1) ทบทวบสิทธิผ่านช่องทางที่กำหนดได้ตั้งแต่วันที่ 17 - 31 กรกฎาคม 2569
2.2) ดำเนินการแก้ไขข้อมูล ณ หน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติได้ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม – 16 สิงหาคม 2569
2.3) ประกาศผลการพิจารณาคุณสมบัติโครงการฯ ปี 2569 (รอบทบทวน) ในวันที่ 21 กันยายน 2569
2.4) เริ่มใช้สิทธิสำหรับผู้ผ่านคุณสมบัติโครงการฯ ปี 2569 (รอบทบทวน) ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569
3. คณะกรรมการฯ ในการประชุมครั้งที่ 10/2569 เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ได้มีการพิจารณาการดำเนินโครงการฯ ปี 2569 ภายหลังการประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 รวมถึงรับทราบการร้องเรียนเกี่ยวกับการทบทวนสิทธิและการแก้ไขข้อมูลจากหน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติ ได้แก่ กรมการขนส่งทางบก กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมส่งเสริมการเรียนรู้ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อพิจารณาแนวทางการทบทวนเกณฑ์คุณสมบัติและข้อมูลในการตรวจสอบคุณสมบัติตามเกณฑ์และระยะเวลาการดำเนินโครงการฯ ปี 2569 ตามข้อเท็จจริงในทุกมิติจากเสียงของประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง โดยมีเป้าหมายหลักเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและลดภาระการพิสูจน์ข้อมูลในทางปฏิบัติ และได้มีมติในส่วนที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
3.1 เนื่องจากประเด็นในการตรวสอบข้อมูลตามฐานข้อมูลจากหน่ายงานตรวจสอบคุณสมบัติ ซึ่งอาจกระทบต่อผู้ได้รับสิทธิตามโครงการฯ ปี 2565 ที่ไม่ผ่านคุณสมบัติตามโครงการฯ ปี 2569 ซึ่งสิทธิจะสิ้นสุดลงในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ดังนั้น เพื่อให้ผู้ได้รับสิทธิตามโครงการฯ ปี 2565 ที่อยู่ระหว่างการทบทวนสิทธิ ได้รับสิทธิอย่างต่อเนื่อง จึงเห็นชอบการให้ผู้ได้รับสิทธิตามโครงการฯ ปี 2569 ทุกราย เริ่มรับสิทธิพร้อมกันในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 และให้ผู้ได้รับสิทธิตามโครงการฯ ปี 2565 ได้รับสิทธิต่อเนื่องจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 (เดิม 31 กรกฎาคม 2569)
3.2 เพื่อให้ผู้ไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติตามโครงการฯ ปี 2569 มีระยะเวลาที่เพียงพอในการขอทบทวนสิทธิและแก้ไขข้อมูล ณ หน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติ จึงเห็นชอบการขยายระยะเวลาการทบทวนสิทธิได้ถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 (เดิมวันที่ 31 กรกฎาคม 2569) ผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์โครงการฯ แอปพลิเคชันเป๋าตัง แอปพลิเคชันทางรัฐ และหน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง (ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย) และขยายเวลาในการแก้ไขข้อมูล ณ หน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติ ได้ถึงวันที่ 20 กันยายน 2569 (เดิมวันที่ 16 สิงหาคม 2569)
อนึ่ง มท. ได้แจ้งถึงการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในโครงการฯ ปี 2569 โดยสนับสนุนการดำเนินงานในพื้นที่ผ่านกลไกระดับจังหวัดและอำเภอ ทั้งการประชาสัมพันธ์การตรวจสอบสิทธิ และการจัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนโครงการฯ ปี 2569 (One Stop Service : OSS) เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ได้รับสิทธิที่ต้องยืนยันตัวตนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-KYC) และแก่ผู้ที่ไม่ผ่านคุณสมบัติที่ต้องการทบทวนสิทธิ รวมทั้งแจ้งให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และส่วนราชการในพื้นที่ร่วมสนับสนุนการดำเนินการตามขั้นตอนต่าง ๆ ของโครงการฯ ปี 2569 ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิได้อย่างสะดวกและทั่วถึง ซึ่งกระทรวงการคลังได้บูรณาการการทำงานร่วมกับ มท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลและส่งต่อความช่วยเหลือตามภารกิจและอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานแก่ประชาชน
3.3 เพื่อให้การดำเนินโครงการฯ ปี 2569 สามารถจัดสวัสดิการของภาครัฐได้อย่างแม่นยำ ครอบคลุม และสอดคล้องกับข้อเท็จจริงและสภาพความเดือดร้อนของประชาชนในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น รวมทั้งไม่ก่อให้เกิดภาระกับประชาชนในการทบทวนสิทธิและแก้ไขข้อมูล ณ หน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติ โดยจากการหารือและร่วมกำหนดแนวทางการทบทวนความเหมาะสมของเกณฑ์คุณสมบัติและข้อมูลในการตรวจสอบตามเกณฑ์คุณสมบัติของโครงการฯ ปี 2569 กับหน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติข้างต้น จึงเห็นชอบแนวทางการทบทวนข้อมูลในการตรวจสอบคุณสมบัติในระยะเร่งด่วน ซึ่งจะเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน โดยไม่ต้องรอให้ประชาชนกลุ่มนี้เข้ามายื่นอุทธรณ์หรือร้องเรียนก่อน ดังนี้
1) เกณฑ์บุคคลที่ไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิ์ กรณีนักเรียน นักศึกษา ให้ปรับปรุงข้อมูลโดยไม่รวมนักเรียนหรือนักศึกษาในโครงการอาชีวศึกษาเพื่อการพัฒนาชนบท หรือผู้เรียนการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ ตามกฎหมายว่าด้วยส่งเสริมการเรียนรู้
2) เกณฑ์บุคคลที่ไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิ กรณีหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญที่ได้จดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด และผู้ถือหุ้นหรือกรรมการในบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดให้ปรับปรุงข้อมูลโดยไม่รวม
2.1) หุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด กรรมการหรือผู้ถือหุ้นในบริษัท ที่จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมภายใต้การส่งเสริมและกำกับดูแลของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม
2.2) หุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียนหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด กรรมการหรือผู้ถือหุ้นในบริษัท ที่จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนภายใต้การส่งเสริมและกำกับดูแลของกรมส่งเสริมการเกษตร
3) เกณฑ์บุคคลที่ไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิ กรณีผู้มีชื่อในบัญชีฝากหลักทรัพย์ที่ฝากไว้กับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ หรือที่เก็บรักษาไว้กับนายทะเบียนหลักทรัพย์ ตามฐานข้อมูลของ TSD ให้ปรับปรุงข้อมูลโดยไม่รวมบัญชีที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในหลักทรัพย์ หรือมีกรรมสิทธิ์ในหลักทรัพย์ที่มีมูลค่ารวมกันต่ำมากตามที่ TSD กำหนด
4) เกณฑ์บุคคลที่ไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิ กรณีผู้มีชื่อในทะเบียนประวัติ (บัญชีถือครองตราสารหนี้) ตามฐานข้อมูลของ ธปท. ให้ปรับปรุงข้อมูลโดยไม่รวมผู้ที่ไม่มีกรรมสิทธิ์หรือมีกรรมสิทธิ์ในตราสารหนี้ที่มีมูลค่าต่ำมากตามที่ ธปท. กำหนด
5) เกณฑ์รถ ไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถ เว้นแต่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถเฉพาะประเภทรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดความจุของกระบอกลูกสูบไม่เกิน 300 ซีซี รถยนต์สามล้อ รถยนต์สี่ล้อเล็ก รับจ้าง รถใช้งานเกษตรกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ประเภทละไม่เกิน 1 คัน ให้ปรับปรุงข้อมูลโดยไม่นับรวม
5.1) รถจักรยานยนต์ที่มีอายุเกินกว่า 15 ปี นับแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรก เว้นแต่เป็นรถจักรยานยนต์มูลค่าสูง หรือรถจักรยานยนต์สะสมตาม ชนิด แบบ รุ่น ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด
5.2) รถยนต์ รถพ่วง และรถใช้งานเกษตรกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ที่มีอายุเกินกว่า 20 ปี นับแต่วันจดทะเบียนครั้งแรก เว้นแต่เป็นรถยนต์มูลค่าสูง หรือรถยนต์สะสมตาม ชนิด แบบ รุ่น ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด โดยมอบหมายฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการฯ (ฝ่ายเลขานุการฯ) และสำนักงานเศรษฐกิจการคลังหารือร่วมกับหน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติถึงความจำเป็นของการทบทวนข้อมูลในการตรวจสอบคุณสมบัติ ตามโครงการฯ ปี 2569 อื่น (หากมี) และนำเสนอคณะกรรมการฯ พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป
ทั้งนี้ มอบหมายฝ่ายเลขานุการฯ ดำเนินการเสนอการดำเนินโครงการฯ ปี 2569 ในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อ ครม. เพื่อพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป
4. ประโยชน์และผลกระทบ
มติคณะกรรมการฯ เกี่ยวกับการดำเนินโครงการฯ ปี 2569 ตามข้อ 3 จะช่วยให้การตรวจสอบคุณสมบัติตามโครงการฯ ปี 2569 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับสภาพข้อเท็จจริงของประชาชนมากยิ่งขึ้น โดยยึดหลักความเป็นธรรม โปร่งใส และการใช้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน ตลอดจนมีส่วนสำคัญในการยกระดับฐานข้อมูลภาครัฐให้ได้รับการปรับปรุงและจัดเก็บอย่างถูกต้องยิ่งขึ้น ส่งผลให้การจัดสวัสดิการของภาครัฐเข้าถึงผู้มีรายได้น้อยอย่างแท้จริง และมีความแม่นยำมากขึ้น รวมทั้งทำให้การใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินตรงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การเริ่มใช้สิทธิประชารัฐสวัสดิการในโครงการฯ ปี 2569 (วันที่ 1 ตุลาคม 2569) เป็นการช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่องให้แก่ผู้ได้รับสิทธิตามโครงการฯ ปี 2565 ที่อยู่ระหว่างช่วงการทบทวนสิทธิได้รับสิทธิอย่างต่อเนื่อง
(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล (นายกรัฐมนตรี) 27 กรกฎาคม 2569
g6
สงวนลิขสิทธิ์ © 2557 บริษัท เพาเวอร์ ไทม์ มีเดีย จำกัด