ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ เศรษฐกิจ การลงทุน หุ้น อสังหาริมทรัพย์ ไอที-เทคโนฯ รถยนต์ ท่องเที่ยว ต่างประเทศ รวดเร็วสดใหม่ทุกวัน
ขอทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 และวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยเก็บเกี่ยวอ้อยสดคุณภาพดีเพื่อลดฝุ่น PM2.5 ฤดูการผลิตปี 2567/2568

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) เสนอ ดังนี้
1. ทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 เรื่อง มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยเก็บเกี่ยวอ้อยสดคุณภาพดี เพื่อลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) (มาตรการฯ) ฤดูการผลิตปี 2567/2568 ที่ได้เคยมีมติอนุมัติให้ อก. ดำเนินมาตรการฯ ดังกล่าวเฉพาะมาตรการสร้างแรงจูงใจแก่ชาวไร่อ้อยเก็บเกี่ยวอ้อยสดคุณภาพดีร้อยละ 100 (มาตรการสร้างแรงจูงใจฯ) โดยขอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติช่วยเหลือเพิ่มเติม จำนวน 477.05 ล้านบาท อยู่ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณเดิมที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติไว้เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 จำนวน 5,175 ล้านบาท
|
กลุ่มเป้าหมายในฤดูการผลิตปี 2567/2568 |
จำนวนชาวไร่อ้อยที่มีสิทธิ (ราย) |
ปริมาณอ้อยสด |
รวมวงเงินช่วยเหลือ |
|
1. เกษตรกรชาวไร่อ้อยเก็บเกี่ยวอ้อยสดเพื่อลดฝุ่น PM2.5 โดยไม่มีอ้อยเผาในคู่สัญญาเดียวกัน หากมีอ้อยยอดยาว มีกาบใบ และมีสิ่งปนเปื้อนอยู่ในคู่สัญญาเดียวกันให้หักส่วนนั้นออก และมีสัดส่วนปริมาณสิ่งปนเปื้อนในอ้อยไม่เกินร้อยละ 5 |
1,053 |
5.96 |
411.10 |
|
2. เกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ส่งอ้อยสดคุณภาพดีร้อยละ 100 ให้กับโรงงานผลิตเอทานอล |
3,505 |
0.90 |
62.34 |
|
3. เกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ส่งอ้อยสดคุณภาพดีร้อยละ 100 ให้กับโรงงาน ผลิตน้ำตาลทรายแดง |
109 |
0.05 |
3.61 |
|
รวม |
4,667 |
6.91 |
477.05 |
2. ทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 เรื่อง ขอขยายระยะเวลาดำเนินมาตรการฯ ฤดูการผลิต ปี 2567/2568 โดยขอให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบขยายระยะเวลาดำเนินมาตรการฯ ฤดูการผลิตปี 2567/2568 จากเดิม สิ้นสุดเดือนธันวาคม 2568 เป็น สิ้นสุดเดือนสิงหาคม 2569
สาระสำคัญของเรื่อง
1. ภายหลังจากคณะรัฐมนตรีมีมติ (17 มิถุนายน 2568 และ 18 พฤศจิกายน 2568) เกษตรกรชาวไร่อ้อยได้ปฏิบัติตามมาตรการฯ ฤดูการผลิตปี 2567/2568 โดยไม่เผาพืชผลทางการเกษตรก่อนการเก็บเกี่ยวเพื่อลดฝุ่น PM2.5 และเก็บเกี่ยวอ้อยสดคุณภาพดีร้อยละ 100 ส่งโรงงาน แต่อย่างไรก็ตาม จากปัญหาเครื่องจักรกลที่ใช้ในการเก็บเกี่ยวอ้อยสดไม่เพียงพอทำให้มีการใช้แรงงานคนเป็นหลักในการตัดอ้อยสดในหลายพื้นที่ ประกอบกับเกษตรกรชาวไร่อ้อยต้องตัดอ้อยส่งโรงงานน้ำตาลให้ทันตามระยะเวลาที่กำหนด ส่งผลให้มีสิ่งปนเปื้อนอื่น เช่น ดิน ทราย กาบ ใบ ติดไปกับอ้อยที่นำส่งเข้าโรงงานน้ำตาล รวมทั้งอ้อยที่มีสิ่งปนเปื้อนดังกล่าวได้ถูกหักเงินค่าอ้อยจากราคาอ้อยขั้นต้นในอัตราตันละ 20 บาท ตามระเบียบคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ว่าด้วยการตัดและส่งอ้อยสดให้แก่โรงงานการตรวจสอบคุณภาพอ้อยและการรับอ้อยจากชาวไร่อ้อยหรือหัวหน้ากลุ่มชาวไร่อ้อย พ.ศ. 2553 ไปแล้ว ดังนั้น 4 องค์กรชาวไร่อ้อยจึงได้มีการประชุมหารือร่วมกัน และมีข้อเสนอในการช่วยเหลือชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดลดฝุ่น PM2.5 ฤดูการผลิตปี 2567/2568 โดยได้มีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมแจ้งว่า ขอความอนุเคราะห์ให้ดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดคุณภาพดี สำหรับชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดคุณภาพดีส่งเข้าโรงงานนำตาล และโรงงานตรวจสอบพบว่ามีบางส่วนเป็นอ้อยยอดยาวและมีสิ่งปนเปื้อน โดยชาวไร่อ้อยไม่ได้มีเจตนานำอ้อยยอดยาวและอ้อยที่มีสิ่งปนเปื้อนส่งเข้าโรงงานน้ำตาล ภายในกรอบวงเงินที่อนุมัติไว้แล้วด้วย ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) พิจารณาแล้วเห็นว่า การจ่ายเงินตามมาตรการฯ ฤดูการผลิตปี 2567/2568 วงเงิน 5,175 ล้านบาท ให้กับเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่เก็บเกี่ยวอ้อยสดคุณภาพดีร้อยละ 100 ยังคงมีวงเงินคงเหลือเพียงพอ สำหรับการจ่ายเพื่อให้ความช่วยเหลือเฉพาะอ้อยสดคุณภาพดีของเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่มีอ้อยยอดยาวและสิ่งปนเปื้อนในคู่สัญญาเดียวกันปะปนอยู่โดยไม่มีอ้อยเผา จึงเห็นควรเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาขอทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 เรื่อง มาตรการฯ ฤดูการผลิตปี 2567/2568 ที่ได้เคยมีมติอนุมัติให้ อก. ดำเนินมาตรการฯ ฤดูการผลิตปี 2567/2568 เฉพาะมาตรการสร้างแรงจูงใจฯ โดยขอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติช่วยเหลือเพิ่มเติมกรณีเกษตรกรชาวไร่อ้อยเก็บเกี่ยวอ้อยสดเพื่อลดฝุ่น PM2.5 ฤดูการผลิตปี 2567/2568 โดยไม่มีอ้อยเผาในคู่สัญญาเดียวกัน หากมีอ้อยยอดยาว มีกาบใบและมีสิ่งปนเปื้อนอยู่ในคู่สัญญาเดียวกันให้หักส่วนนั้นออก แต่ต้องมีสัดส่วนปริมาณสิ่งปนเปื้อนในอ้อยไม่เกินร้อยละ 5 ในการนี้ มีเกษตรกรจำนวน 1,053 ราย คิดเป็นปริมาณอ้อยสดคุณภาพดีจำนวน 5.96 ล้านตัน และวงเงินช่วยเหลือ จำนวน 411.10 ล้านบาท ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้กรอบวงเงินงบประมาณเดิมที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติไว้เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 จำนวน 5,175 ล้านบาท ทั้งนี้ กอน. ในการประชุมครั้งที่ 4/2568 เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 ได้มีมติเห็นชอบให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาขอทบทวนมติคณะรัฐมนตรี (17 มิถุนายน 2568) เรื่อง มาตรการฯ ฤดูการผลิตปี 2567/2568 ดังกล่าวด้วยแล้ว และมอบหมายให้ สอน. ดำเนินการต่อไป
2. นอกจากนี้ อก. พิจารณาแล้วเห็นว่า มาตรการฯ ฤดูการผลิตปี 2567/2568 เป็นนโยบายที่ส่งเสริมให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยเก็บเกี่ยวอ้อยสดโดยไม่มีการเผา ซึ่งเป็นการช่วยลดการเผาอ้อย ลดสาเหตุของการเกิดฝุ่น PM2.5 ลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสุขภาพอนามัยของประชาชน และเป็นการสร้างบรรยากาศที่ดีในการขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ รวมทั้งยกระดับผลผลิตของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายสู่อุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งเกษตรกรชาวไร่อ้อยได้ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลโดยไม่เผาอ้อยอย่างเต็มที่แต่การมีสิ่งปนเปื้อนในอ้อยส่งเข้าหีบเกิดจากเหตุสุดวิสัยและไม่อาจบริหารจัดการได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด ประกอบกับเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดคุณภาพดีร้อยละ 100 ส่งให้แก่โรงงานผลิตเอทานอลและโรงงานผลิตน้ำตาลทรายแดงก็เป็นส่วนหนึ่งที่ได้ร่วมปฏิบัติตามมาตรการฯ ฤดูการผลิตปี 2567/2568 อย่างเต็มกำลังเช่นเดียวกันจนส่งผลให้มีปริมาณอ้อยสดคุณภาพดีส่งโรงงานได้ตามเป้าหมายที่ภาครัฐกำหนด ดังนั้น เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยได้มีเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการเก็บเกี่ยวอ้อยในฤดูการผลิตปี 2568/2569 อก. จึงเห็นควรช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดคุณภาพดีร้อยละ 100 ส่งให้แก่โรงงานผลิตเอทานอลและโรงงานผลิตน้ำตาลทรายแดงเพิ่มเติมด้วย โดยเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาขอทบทวนมติคณะรัฐมนตรี (17 มิถุนายน 6568) เรื่อง มาตรการฯ ฤดูการผลิตปี2567/2568
3. เนื่องจากมาตรการฯ ได้สิ้นสุดลงแล้วในเดือนธันวาคม 2568 [ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติ (18 พฤศจิกายน2568) เห็นชอบการขยายระยะเวลาดำเนินมาตรการฯ ฤดูการผลิตปี 2567/2568 จากเดิม สิ้นสุดเดือนกันยายน 2568 เป็น สิ้นสุดเดือนธันวาคม 2568] อก. จึงเห็นควรเสนอขยายระยะเวลาดำเนินมาตรการฯ ฤดูการผลิตปี 2567/2568 จากเดิม สิ้นสุดเดือนธันวาคม 2568 เป็น สิ้นสุดเดือนสิงหาคม 2569 ด้วย
4. อก. ได้จัดทำรายละเอียดข้อมูลที่หน่วยงานของรัฐต้องเสนอพร้อมกับการขออนุมัติต่อคณะรัฐมนตรีตามมาตรา 27 และมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติวินัย การเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 แล้ว
(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล (นายกรัฐมนตรี) 23 มิถุนายน 2569
g7
สงวนลิขสิทธิ์ © 2557 บริษัท เพาเวอร์ ไทม์ มีเดีย จำกัด