ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ เศรษฐกิจ การลงทุน หุ้น อสังหาริมทรัพย์ ไอที-เทคโนฯ รถยนต์ ท่องเที่ยว ต่างประเทศ รวดเร็วสดใหม่ทุกวัน
การแต่งตั้ง National Authority/National Focal Point ของกองทุนจัดการความสูญเสียและความเสียหายจากสภาพภูมิอากาศ (Fund for responding to Loss and Damage : FRLD) และการทบทวนมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนผู้มีอำนาจ (Designated Authority) ลงนามสำหรับกองทุนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอ ดังนี้
1. การกำหนดชื่อกองทุน Fund for responding to Loss and Damage (FRLD) เป็นภาษาไทย โดยใช้ชื่อว่า “กองทุนจัดการความสูญเสียและความเสียหายจากสภาพภูมิอากาศ” (กองทุน FRLD)
2. แต่งตั้งกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมเป็น National Authority/National Focal Point และแต่งตั้งอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้มีอำนาจ (Designated Authority) ลงนามในหนังสือรับรองโครงการหรือคำร้องขอรับการสนับสนุนจากกองทุน FRLD โดยอาศัยกลไกพิจารณาโครงการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ขอรับการสนับสนุนทางการเงินในกรอบระหว่างประเทศ และเห็นชอบให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงนามในหนังสือแจ้งการแต่งตั้ง Designated Authority ดังกล่าวไปยังสำนักเลขาธิการกองทุนจัดการความสูญเสียและความเสียหายจากสภาพภูมิอากาศ (สำนักเลขาธิการกองทุน FRLD)
3. ทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2555 จากเดิม “ให้แต่งตั้งปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำหน้าที่เป็นผู้มีอำนาจ (Designated Authority) ของประเทศไทย สำหรับกองทุนด้านการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Adaptation Fund : AF)” (กองทุน AF) เป็น “ให้แต่งตั้งอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ทำหน้าที่เป็น Designated Authority ของประเทศไทย สำหรับกองทุน AF” และเห็นชอบให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมลงนามในหนังสือแจ้งการแต่งตั้ง Designated Authority ดังกล่าว ไปยังสำนักเลขาธิการคณะกรรมการกองทุนด้านการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (สำนักเลขาธิการกองทุน AF)
4. ทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2560 จากเดิม “ให้แต่งตั้งปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ทำหน้าที่เป็นผู้มีอำนาจ (Designated Authority) ของประเทศไทย สำหรับกองทุนภูมิอากาศสีเขียว Green Climate Fund : GCF ของประเทศไทย” (กองทุน GCF) เป็น “ให้แต่งตั้งอธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ทำหน้าที่เป็น Designated Authority ของประเทศไทย สำหรับกองทุน GCF” และเห็นชอบให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมลงนามในหนังสือการแต่งตั้ง Designated Authority ดังกล่าวไปยังสำนักเลขาธิการคณะกรรมการกองทุนภูมิอากาศสีเขียว (สำนักเลขาธิการกองทุน GCF)
สาระสำคัญของเรื่อง
1. ประเทศไทยได้ให้สัตยาบันเป็นภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change : UNFCCC) (อนุสัญญาฯ) เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2537 โดยภายใต้กรอบอนุสัญญาฯ กำหนดให้ประเทศภาคีต้องมีหน่วยประสานงานหลัก (National Focal Point) และผู้มีอำนาจ (Designated Authority) ตามที่กองทุนต่าง ๆ กำหนด เพื่อเชื่อมโยงการดำเนินงานภายในประเทศกับกลไกทางการเงินระหว่างประเทศ
2. กองทุน FRLD จัดตั้งขึ้นตามมติที่ประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาฯ สมัยที่ 27 (COP 27) เพื่อเป็นกลไกทางการเงินในการช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาที่มีความเปราะบางให้สามารถรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ต่อมาในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาฯ สมัยที่ 28 และ 29 ได้มีการกำหนดโครงสร้างการบริหารและระดมทุน จากประเทศพัฒนาแล้วจำนวนมากกว่า 731 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อให้การสนับสนุนทางการเงินในรูปแบบเงินให้เปล่ากับประเทศกำลังพัฒนา ในวงเงินไม่เกิน 5 – 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อข้อเสนอโครงการ ซึ่งสำนักเลขาธิการกองทุน FRLD แจ้งว่า จะดำเนินการเปิดรับข้อเสนอโครงการกรอบแรกระหว่างวันที่ 15 ธันวาคม 2568 – 15 มิถุนายน 2569 ในรูปแบบการสนับสนุนเงินให้เปล่าเป็นหลักวงเงิน 250 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยให้ประเทศไทยดำเนินการ ดังนี้
2.1 แต่งตั้งหน่วยงานของรัฐที่ได้รับมอบหมายอย่างเป็นทางการ (National Authority) หรือหน่วยประสานงานหลัก (National Focal Point) ซึ่งจะมีบทบาทเป็นผู้ให้คำปรึกษา ตรวจสอบความสอดคล้อง ให้ความเห็นต่อคำขอรับการสนับสนุนทางการเงินโดยใช้กลไกภายในประเทศที่มีอยู่แล้ว
2.2 แต่งตั้งผู้มีอำนาจ (Designated Authority) เพื่อลงนามในหนังสือรับรองโครงการหรือคำร้องขอรับการสนับสนุนจากกองทุน FRLD
3. ทส. เห็นควรให้มีการปรับเปลี่ยนผู้มีอำนาจ (Designated Authority) ลงนามในหนังสือรับรองโครงการ จาก “ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” เป็น “อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม” สำหรับกองทุนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เนื่องจากสำนักเลขาธิการกองทุน AF และ กองทุน GCF ได้แจ้งเงื่อนไข ดังนี้
3.1 สำนักเลขาธิการกองทุน AF แจ้งว่า หนังสือรับรอง (Letter of Endorsement : LOE) ต้องลงนามโดยหน่วยประสานงานหลัก (Primary Contact Point) คือ อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม
3.2 สำนักเลขาธิการกองทุน GCF แจ้งว่า การกำหนดผู้ลงนามในหนังสือรับรองว่าไม่มีข้อคัดค้าน (No – Objection Letter : NOL) ถือเป็นดุลพินิจของแต่ละประเทศที่สามารถมอบหมายให้ผู้บริหารระดับสูงสุด หรือผู้บริหารระดับรองลงมา (เช่น อธิบดี) เป็นผู้ลงนามได้ตามที่เห็นสมควร และผู้ลงนามจะต้องเป็นบุคคลที่ประเทศไทยได้เสนอชื่ออย่างเป็นทางการให้เป็นหน่วยงานหลัก (National Focal Point) ของกองทุน GCF เท่านั้น จึงจะสามารถลงนามในหนังสือรับรองว่าไม่มีข้อคัดค้าน (NOL) ได้อย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของกองทุน GCF ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับเงื่อนไขของทุกกองทุน และสอดรับกับทิศทางการดำเนินงานของกองทุนด้านการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภายใต้อนุสัญญาฯ ในการปรับปรุงขั้นตอนการออกหนังสือรับรองโครงการให้มีความกระชับและสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ตลอดจนเพื่อเอื้อให้ประเทศภาคีสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. คณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติในการประชุมครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 ได้มีมติเห็นชอบตามที่ ทส. เสนอและมอบหมายกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมดำเนินการเสนอคณะรัฐมนตรีตามขั้นตอนต่อไป
(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล (นายกรัฐมนตรี) 2 มิถุนายน 2569
[g13]
สงวนลิขสิทธิ์ © 2557 บริษัท เพาเวอร์ ไทม์ มีเดีย จำกัด