ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ เศรษฐกิจ การลงทุน หุ้น อสังหาริมทรัพย์ ไอที-เทคโนฯ รถยนต์ ท่องเที่ยว ต่างประเทศ รวดเร็วสดใหม่ทุกวัน
เอเปกผลักดันรักษาระบบการค้า ดิจิทัล สีเขียว รับมือความท้าทายโลก
ศุภจี เผยผลประชุมเอเปกที่จีน เดินหน้ารักษาระบบการค้าให้เปิดกว้าง น่าเชื่อถือ ร่วมมือดิจิทัล นวัตกรรม AI เศรษฐกิจสีเขียว ท่ามกลางความท้าทายเศรษฐกิจการค้าโลก ด้านไทยชูความพร้อมเรื่องความมั่นคงอาหาร เกษตรมูลค่าสูง เศรษฐกิจสีเขียว
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปก (APEC Ministers Responsible for Trade Meeting -MRT 2026) ระหว่างวันที่ 22-23 พ.ค.2569 ณ เมืองซูโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า การประชุมเอเปกปีนี้ มุ่งเน้นการหารือและแลกเปลี่ยนความเห็นระหว่างเขตเศรษฐกิจในการรักษาระบบการค้าให้เปิดกว้าง คาดการณ์ได้ และน่าเชื่อถือ ท่ามกลางความ ท้าทายทางเศรษฐกิจการค้าโลก เน้นการสร้างความร่วมมือด้านดิจิทัล นวัตกรรม ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) และเทคโนโลยี และเศรษฐกิจสีเขียว ในฐานะเครื่องยนต์การค้าสมัยใหม่
ในเวทีดังกล่าวไทยได้แลกเปลี่ยนความเห็นกับสมาชิกเอเปกอื่นๆ และเสนอแนวทางความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม เช่น การลดความแตกต่างของกฎระเบียบระหว่างกันเพื่อเชื่อมต่อห่วงโซ่อุปทานที่ยืดหยุ่น และเดินหน้า การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจให้มากขึ้น ผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้และการพัฒนาศักยภาพร่วมกัน เพื่อให้แต่ละสมาชิกเอเปกสามารถปรับตัวและรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจได้ตามความพร้อมของตนเอง ทั้งนี้ ไทยพร้อมมีบทบาทสำคัญ ในสาขาศักยภาพ เช่น ความมั่นคงทางอาหาร เกษตรมูลค่าสูง การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และการเพิ่มขีดความสามารถ ของ SME
ทั้งนี้ ไทยได้ชูมาตรการภายในประเทศที่เสริมบทบาทของไทยในการเป็นฐานการผลิตและโลจิสติกส์ที่น่าเชื่อถือของภูมิภาค ผ่านการปรับปรุงกฎระเบียบและอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ อาทิ การปฏิรูปกฎหมาย (Omnibus Law และมาตรการ Regulatory Guillotine) ระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางการค้า (Business Data Exchange: BDEX) และระบบเร่งรัดการพิจารณาอนุมัติ/อนุญาตของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI FastPass) ควบคู่กับการค้าไร้กระดาษผ่านระบบ Customs e-Invoicing Plus และ Thailand National Single Window เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและยกระดับประสิทธิภาพการค้า
พร้อมกันนี้ ไทยยังส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียวและนวัตกรรมสมัยใหม่ เช่น เกษตรแม่นยำด้วย AI โซลาร์ชุมชน โครงสร้างพื้นฐาน EV และตลาดคาร์บอนเครดิต เพื่อช่วยให้ SME เกษตรกร และผู้ประกอบการไทย สามารถแข่งขันและเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานสีเขียวที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมได้แท้จริง
นางศุภจี กล่าวว่า ได้ใช้โอกาสหารือสองฝ่ายกับผู้แทนจากสมาชิกเอเปกที่สำคัญ เช่น แจ้งความคืบหน้าการดำเนินงานของไทยสำหรับการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างไทยและสหรัฐฯ (Agreement on Reciprocal Trade: ART) กับ Ambassador Rick Switzer รองผู้แทนการค้าสหรัฐฯ หลังจากได้ประชุมคณะทำงานยุทธศาสตร์การเจรจาการค้าสหรัฐฯ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งไทยคาดหวังให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และเพิ่มความชัดเจนให้ภาคเอกชนของทั้งสองฝ่าย
ขณะเดียวกัน ได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกับออสเตรเลีย เพื่อมุ่งต่อยอดความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน เกษตรมูลค่าสูง พลังงานสะอาด การค้าดิจิทัล และอุตสาหกรรมอนาคต เพื่อส่งเสริมการลงทุนคุณภาพและสร้างโอกาสใหม่ให้ภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศ และได้หารือทวิภาคีกับรองนายกรัฐมนตรีของจีน และรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบด้านความสัมพันธ์ทางการค้าของสิงคโปร์ เพื่อผลักดันโอกาสความร่วมมือการค้าและการลงทุนอีกด้วย
“การเข้าร่วม APEC MRT 2026 ไม่ใช่เพียงการเข้าร่วมประชุม แต่เป็นการใช้เวทีระหว่างประเทศเพื่อผลักดันผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของไทยอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการรักษาความสัมพันธ์กับคู่ค้าเดิม การเปิดประตูการค้า การลงทุน การขยายตลาดสินค้าและบริการไทย และการสร้างความเชื่อมั่นว่าไทยพร้อมเป็นหุ้นส่วนที่ไว้ใจได้โ ดยกระทรวงพาณิชย์จะติดตามผลการหารืออย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผลจากเวที APEC MRT 2026 สามารถต่อยอดเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทย ผู้ประกอบการ และประชาชนได้อย่างแท้จริง”นางศุภจีกล่าว
สงวนลิขสิทธิ์ © 2557 บริษัท เพาเวอร์ ไทม์ มีเดีย จำกัด